อาหารสายยาง: อาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะโรค อาหารทางการแพทย์ เป็นอาหารชนิดหนึ่ง เพื่อนำมาใช้รับประทานทางปากหรือเป็นการใช้ในการให้อาหารทางสายอย่างแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์เท่านั้น โดยอาหารทางการแพทย์ จะมีสัดส่วนของสารอาหารที่เหมาะสมและมีวิตามินและธาตุครบถ้วน สามารถใช้แทนอาหารหลักทั่วไปได้ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ตามปกติ ต้องให้อาหารทางสายยาง อาหารทางการแพทย์ก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ทั้งนี้ควรมีปริมาณอาหารเสริมกับความสามารถในการรับประทานอาหารทั่วไป ความต้องการพลังงานและสารอาหาร ก่อนการใช้อาหารทางการแพทย์ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อคำนวณความต้องการพลังงานและประเมินปริมาณพลังงานที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน เพราะจะทำให้สามารถกำหนดปริมาณอาหารได้อย่างเหมาะสม

อาหารทางการแพทย์ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ

– อาหารทางการแพทย์สูตรทั่วไป
– อาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะโรค ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวานโรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็ง

แต่ในวันนี้จะมาพูดถึงเรื่องของอาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะโรค ซึ่งเหมาะสม กับผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง เนื่องจากจะมีการคำนวณปริมาณและสัดส่วนหารให้เหมาะสมกับโรคตัวอย่างเช่น อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะเป็นอาหารทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาสูตรออกมาโดยใช้สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงาน ไปใช้คาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง หลังจากใช้อาหารทางการแพทย์แล้ว นอกจากนี้อาหารประเภทนี้จะมีใยอาหารที่มากกว่าสูตรทั่วไป

อาหารทางการแพทย์ที่มีสูตรพิเศษสำหรับความเจ็บปวดเฉพาะที่ ซึ่งอาหารทางการแพทย์ สามารถช่วยผู้ป่วยที่มีการแพ้อาการเบาหวานหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตาม อาหารทางการแพทย์นั้นไม่ได้มีจุดประสงค์ในการรักษาโรค เพียงแต่ช่วยในการป้องกันการเกิดปัญหาโรคและช่วยจัดการเกี่ยวกับโรคได้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ อาหารทางการแพทย์มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมอาหารได้ อาหารทางการแพทย์สามารถใช้เป็นอาหารเสริมพลังงานให้กับอาหารเองได้แต่มีปริมาณพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการของร่ายกาย เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดเช่น รับประทานอาหารได้น้อย โดยสารอาหารส่วนใหญ่อาหารทางการแพทย์ที่มีโปรตีน ไขมันจะถูกดัดแปลงที่ย่อยง่ายบางส่วนเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น และร่างกายสามารถนำไปใช้เร็ว แต่หากเรามีสุขภาพร่างกายและสามารถรับประทานอาหารเองได้และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ เพราะการรับประทานอาหารจากธรรมชาติที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้อาหารแพทย์จึงไม่จำเป็น เพราะแพทย์นั้นจะต้องใช้ระวังและใช้วิธีถ้าหากใช้โดยที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีข้อมูลอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อาหารทางการแพทย์ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายตามใจชอบ ทั้งแบบผงและแบบน้ำ ซึ่งปัจจุบันก็มีวิธีการที่ค่อนข้างง่ายและสะดวก นอกจากนี้เราต้องมีรายละเอียดหรือวิธีการใช้อาหารทางการแพทย์อย่างถูกวิธี ตั้งแต่วิธีการเตรียม วิธีการชง ปริมาณที่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร ควรปรึกษานักโภชนาการ เพื่อให้รับสาอาหารอย่างถูกต้อง เพราะการที่อาหารมีความเข้มข้นมากเกินไปจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ แต่ถ้าปริมาณอาหารที่มีความเข้มข้นมากเกินไปนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือได้รับสารอาหารบางตัวมากเกินความจำเป็น

สูตรอาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะโรค ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะใช้อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เพื่อชะลอไม่ให้ระดับน้ำตาลสูงดังนั้น ร่างกายของเราจึงควรได้รับปริมาณโปรตีน 20% ของพลังงานทั้งหมด สำหรับอาหารทางการแพทย์โรคไต ควรจะมีการจำกัดสารอาหาร เช่นโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เพื่อไม่ให้เกิดการคั่งในผู้ป่วยโรคไตได้ ทั้งนี้ควรจะระมัดระวังในการจำกัดปริมาณสารอาหาร เพราะการรักษาด้วยทดแทนไตผู้ป่วยจะมีความต้องการโปรตีนสูงขึ้น โดยให้พลังงานสูงมากกว่าอาหารทางการแพทย์สูตรทั่วไป ต่อมาอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคตับ จะต้องมีการจำกัดปริมาณไขมัน เนื่องจากผู้ป่วยโรคตับ ในการดูดซึมสารอาหาร โดยจะต้องมีปริมาณโปรตีนสูงส่วนหนึ่งเป็นกรดอะมิโน ที่สามารถไปใช้โดยกล้ามเนื้อได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการที่ตับ จึงทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิด จากของเสียคั่งได้อย่างไรก็ตามหากเราต้องการใช้อาหารทางการแพทย์ชนิดแตกต่างกัน และอาหารแต่ละสูตร แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันด้วย เพราะฉะนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เองปรึกษาแพทย์ความเชี่ยวชาญ เพราะอาจจะปัญหาในเรื่องของสารอาหารที่ไม่สมดุลได้ หรืออาจจะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารได้ไม่ดี เพราะฉะนั้น ควรเลือกอาหารทางการแพทย์ ที่มีไขมันที่ย่อยได้ง่าย ดังนั้นควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะโรคบางโรคก็มีการควบคุมร่างกายให้ได้รับสารอาหารบางอย่างมากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม เราอยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี โดยสามารถเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทั้งนี้การออกกำลังกายก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพ ดังนั้นควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรงมีภูมิคุ้มกันที่ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆได้